Menu Close

หมูเถื่อน กดราคาหมูไทย ยับเยินเกินเส้นขาดทุน วอนรัฐป้องกันจริงจัง

หมูเถื่อน

หมูเถื่อน กดราคาหมูไทย ยับเยิน

ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกร จ.ฉะเชิงเทรา ระบุ “หมูเถื่อน” กดราคาหมูไทยเกินเส้นขาดทุนเหลือราว 70 บาทต่อกิโลกรัม เรียกร้องรัฐป้องกันลักลอบนำเข้าจริงจัง

วันนี้ (22 ก.พ.2566) นายสัตวแพทย์วรวุฒิ ศิริปุณย์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกร จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาหมูหน้าฟาร์มร่วงลงติดต่อกันหลายสัปดาห์ ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 84-88 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายจริงถูกกดราคาต่ำสุดไปถึงราว 70 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 100.07 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผลจากหมูเถื่อนที่เกลื่อนเมือง

 

ราคาขายหมูหน้าฟาร์มที่ตกต่ำอย่างหนักในขณะนี้ สะท้อนชัดเจนถึงปริมาณหมูเถื่อนที่ระบาดอยู่ในตลาด ทั้งๆ ที่มีการส่งสัญญาณถึงรัฐมาโดยตลอดว่าหมูเถื่อนยังคงเกลื่อนเมือง แม้ปีที่ผ่านมาจะจับหมูเถื่อนได้ราว 1 ล้านกิโลกรัม ก็เป็นเพียง 5% ของที่ระบาดอยู่ในตลาดเท่านั้น จึงต้องการให้ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าหมูเถื่อน

 

 เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจมีความเสี่ยงกับหมูที่ไม่ผ่านการตรวจโรค และไม่ให้เกิดการเบียดเบียนตลาด กดราคาหมูของเกษตรกรไทยจนเดือดร้อนถึงขั้นขาดทุนเช่นนี้ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่ส่งผลดีกับคนเลี้ยงหมูของไทย

 
โรงเรือน เลี้ยงไก่

 

นายสัตวแพทย์วรวุฒิ กล่าวอีกว่า การป้องกันไม่ให้หมูเถื่อนเข้าประเทศ ควรดักตั้งแต่ทางเข้าที่ท่าเรือ ล่าสุดกรมศุลกากรรายงานว่าจะเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่ตกค้างอยู่ในท่าเรือแหลมฉบังกว่า 1,000 ตู้ เพื่อตรวจสอบสิ่งของผิดกฏหมาย ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. ถือเป็นการช่วยป้องปรามไม่ให้หมูเถื่อนทะลักเข้าสู่ตลาดได้ โดยขอให้กรมศุลกากรเร่งเปิด “ตู้ที่เก็บความเย็น” ซึ่งมักจะเป็นแหล่งเก็บซ่อนหมูเถื่อนได้นานนับปีและเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะพบหมูเถื่อนอยู่ในตู้ที่ตกค้างอย่างแน่นอน

 
 

ทั้งนี้ เกษตรกรไม่สามารถขายหมูหน้าฟาร์มได้ตามราคาที่สมาคมฯ ประกาศ เนื่องจากเกิดการกดราคากันขึ้น เป็นการบังคับทางอ้อมให้เกษตรกรจำใจต้องขายขาดทุน เพราะหากไม่ขายก็จำเป็นต้องเลี้ยงหมูต่อไป ในขณะที่ค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องตัดใจขาย เป็นสถานการณ์ที่น่าเห็นใจ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งกวาดล้างจับกุมและป้องกันหมูเถื่อนล็อตใหม่

 
 

สำหรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม จากการรายงานของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประจำวันพระที่ 19 ก.พ.2566 เปรียบเทียบกับราคาวันพระก่อนหน้า (13 ก.พ.) พบว่ามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยระบุสาเหตุสำคัญว่าเกิดจากปัญหาหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้องประกาศปรับลดราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มลงในทุกภาค

 

ภาคตะวันออก ปรับราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 84-86 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 6 บาทต่อกิโลกรัม

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 86-88 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 8-10 บาทต่อกิโลกรัม

ภาคเหนือ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 88บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 6 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคใต้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 86 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 4 บาทต่อกิโลกรัม

หมูเถื่อน กดราคาหมูไทย ยับเยิน
ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกร จ.ฉะเชิงเทรา ระบุ “หมูเถื่อน” กดราคาหมูไทยเกินเส้นขาดทุนเหลือราว 70 บาทต่อกิโลกรัม เรียกร้องรัฐป้องกันลักลอบนำเข้าจริงจัง
วันนี้ (22 ก.พ.2566) นายสัตวแพทย์วรวุฒิ ศิริปุณย์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกร จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาหมูหน้าฟาร์มร่วงลงติดต่อกันหลายสัปดาห์ ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 84-88 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายจริงถูกกดราคาต่ำสุดไปถึงราว 70 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 100.07 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผลจากหมูเถื่อนที่เกลื่อนเมือง
 
ราคาขายหมูหน้าฟาร์มที่ตกต่ำอย่างหนักในขณะนี้ สะท้อนชัดเจนถึงปริมาณหมูเถื่อนที่ระบาดอยู่ในตลาด ทั้งๆ ที่มีการส่งสัญญาณถึงรัฐมาโดยตลอดว่าหมูเถื่อนยังคงเกลื่อนเมือง แม้ปีที่ผ่านมาจะจับหมูเถื่อนได้ราว 1 ล้านกิโลกรัม ก็เป็นเพียง 5% ของที่ระบาดอยู่ในตลาดเท่านั้น จึงต้องการให้ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าหมูเถื่อน เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจมีความเสี่ยงกับหมูที่ไม่ผ่านการตรวจโรค และไม่ให้เกิดการเบียดเบียนตลาด กดราคาหมูของเกษตรกรไทยจนเดือดร้อนถึงขั้นขาดทุนเช่นนี้ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่ส่งผลดีกับคนเลี้ยงหมูของไทย
 

โรงเรือน เลี้ยงไก่

 
นายสัตวแพทย์วรวุฒิ กล่าวอีกว่า การป้องกันไม่ให้หมูเถื่อนเข้าประเทศ ควรดักตั้งแต่ทางเข้าที่ท่าเรือ ล่าสุดกรมศุลกากรรายงานว่าจะเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่ตกค้างอยู่ในท่าเรือแหลมฉบังกว่า 1,000 ตู้ เพื่อตรวจสอบสิ่งของผิดกฏหมาย ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. ถือเป็นการช่วยป้องปรามไม่ให้หมูเถื่อนทะลักเข้าสู่ตลาดได้ โดยขอให้กรมศุลกากรเร่งเปิด “ตู้ที่เก็บความเย็น” ซึ่งมักจะเป็นแหล่งเก็บซ่อนหมูเถื่อนได้นานนับปีและเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะพบหมูเถื่อนอยู่ในตู้ที่ตกค้างอย่างแน่นอน
 
ทั้งนี้ เกษตรกรไม่สามารถขายหมูหน้าฟาร์มได้ตามราคาที่สมาคมฯ ประกาศ เนื่องจากเกิดการกดราคากันขึ้น เป็นการบังคับทางอ้อมให้เกษตรกรจำใจต้องขายขาดทุน เพราะหากไม่ขายก็จำเป็นต้องเลี้ยงหมูต่อไป ในขณะที่ค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องตัดใจขาย เป็นสถานการณ์ที่น่าเห็นใจ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งกวาดล้างจับกุมและป้องกันหมูเถื่อนล็อตใหม่
 
สำหรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม จากการรายงานของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประจำวันพระที่ 19 ก.พ.2566 เปรียบเทียบกับราคาวันพระก่อนหน้า (13 ก.พ.) พบว่ามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยระบุสาเหตุสำคัญว่าเกิดจากปัญหาหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้องประกาศปรับลดราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มลงในทุกภาค
 
ภาคตะวันออก ปรับราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 84-86 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 6 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 86-88 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 8-10 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคเหนือ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 88บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 6 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคใต้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 86 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 4 บาทต่อกิโลกรัม
 
หมูเถื่อน กดราคาหมูไทย ยับเยิน
ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกร จ.ฉะเชิงเทรา ระบุ “หมูเถื่อน” กดราคาหมูไทยเกินเส้นขาดทุนเหลือราว 70 บาทต่อกิโลกรัม เรียกร้องรัฐป้องกันลักลอบนำเข้าจริงจัง
วันนี้ (22 ก.พ.2566) นายสัตวแพทย์วรวุฒิ ศิริปุณย์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกร จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาหมูหน้าฟาร์มร่วงลงติดต่อกันหลายสัปดาห์ ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 84-88 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายจริงถูกกดราคาต่ำสุดไปถึงราว 70 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 100.07 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผลจากหมูเถื่อนที่เกลื่อนเมือง
 
ราคาขายหมูหน้าฟาร์มที่ตกต่ำอย่างหนักในขณะนี้ สะท้อนชัดเจนถึงปริมาณหมูเถื่อนที่ระบาดอยู่ในตลาด ทั้งๆ ที่มีการส่งสัญญาณถึงรัฐมาโดยตลอดว่าหมูเถื่อนยังคงเกลื่อนเมือง แม้ปีที่ผ่านมาจะจับหมูเถื่อนได้ราว 1 ล้านกิโลกรัม ก็เป็นเพียง 5% ของที่ระบาดอยู่ในตลาดเท่านั้น จึงต้องการให้ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าหมูเถื่อน เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจมีความเสี่ยงกับหมูที่ไม่ผ่านการตรวจโรค และไม่ให้เกิดการเบียดเบียนตลาด กดราคาหมูของเกษตรกรไทยจนเดือดร้อนถึงขั้นขาดทุนเช่นนี้ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่ส่งผลดีกับคนเลี้ยงหมูของไทย
โรงเรือน เลี้ยงไก่
 

นายสัตวแพทย์วรวุฒิ กล่าวอีกว่า การป้องกันไม่ให้หมูเถื่อนเข้าประเทศ ควรดักตั้งแต่ทางเข้าที่ท่าเรือ ล่าสุดกรมศุลกากรรายงานว่าจะเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่ตกค้างอยู่ในท่าเรือแหลมฉบังกว่า 1,000 ตู้ เพื่อตรวจสอบสิ่งของผิดกฏหมาย ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. ถือเป็นการช่วยป้องปรามไม่ให้หมูเถื่อนทะลักเข้าสู่ตลาดได้ โดยขอให้กรมศุลกากรเร่งเปิด “ตู้ที่เก็บความเย็น” ซึ่งมักจะเป็นแหล่งเก็บซ่อนหมูเถื่อนได้นานนับปีและเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะพบหมูเถื่อนอยู่ในตู้ที่ตกค้างอย่างแน่นอน
 
ทั้งนี้ เกษตรกรไม่สามารถขายหมูหน้าฟาร์มได้ตามราคาที่สมาคมฯ ประกาศ เนื่องจากเกิดการกดราคากันขึ้น เป็นการบังคับทางอ้อมให้เกษตรกรจำใจต้องขายขาดทุน เพราะหากไม่ขายก็จำเป็นต้องเลี้ยงหมูต่อไป ในขณะที่ค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องตัดใจขาย เป็นสถานการณ์ที่น่าเห็นใจ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งกวาดล้างจับกุมและป้องกันหมูเถื่อนล็อตใหม่
 
สำหรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม จากการรายงานของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประจำวันพระที่ 19 ก.พ.2566 เปรียบเทียบกับราคาวันพระก่อนหน้า (13 ก.พ.) พบว่ามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยระบุสาเหตุสำคัญว่าเกิดจากปัญหาหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้องประกาศปรับลดราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มลงในทุกภาค
 
ภาคตะวันออก ปรับราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 84-86 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 6 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 86-88 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 8-10 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคเหนือ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 88บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 6 บาทต่อกิโลกรัม
ภาคใต้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเหลือ 86 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 4 บาทต่อกิโลกรัม
 

ดูข้อมูล เครื่อง กกไก่ เพิ่มเติม >> Products 

ติดตามเพจ เพิ่มเติม >> FACEBOOK

error: Content is protected !!