Menu Close

อุณหภูมิกับการเลี้ยงสุกร

อุณหภูมิกับการเลี้ยงสุกร

อุณหภูมิกับการเลี้ยงสุกร

     ปัจจุบันการเลี้ยงสุกรได้พัฒนาก้าวหน้าไปมากทั้งทางด้านพันธุ์ อาหาร และการจัดการตลอดจนโรงเรือน และอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงก็ได้รับการพัฒนาแก้ไขจากประสบการณ์ และปัญหาที่ผู้เลี้ยงได้พบประสบ แต่อย่างไรก็ตามจน ถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครสามารถสร้างโรงเรือนที่ใช้เลี้ยงสุกรไดอย่างถูกวิธีโดยไม่มีปัญหาทั้งนี้เพราะการออกแบบก่อสร้าง
 
 โรงเรือนเลี้ยงสุกรนั้นจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการออกแบบก่อสร้าง ต้องมีความรู้ทางฟิสิกส์สภาวะดินฟ้าอากาศ และสิ่งแวดล้อม กายวิภาคและสรีระวิทยาของสัตว์ โรคและการระบาดของโรค การเลือกวัสดุที่จะใช้ในการก่อสร้าง โรงเรือน และที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีความเข้าใจในตัวสัตว์ ซึ่งก็หมายถึง ความต้องการและพฤติกรรมความเป็น

อยู่ของสัตว์ ก็เพื่อที่จะออกแบบโรงเรือนและอุปกรณ์ให้เป็นไปตามความต้องการของสัตว์ เหมาะสมกับพฤติกรรมของ สัตว์ทำให้สัตว์อยู่ได้อย่างสบาย โดยที่โรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยงไม่ถูกสัตว์ทำลายได้ง่ายดังนั้นการออกแบบก่อสร้าง โรงเรือนจึงควรที่จะพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ดังจะได้กล่าวถึงต่อไป

1. อุณหภูมิ 

    สุกรเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ไม่มีต่อมเหงื่อ มีอุณหภูมิร่างกายโดยเฉลี่ย 102.6 องศาฟาเรนไฮด์ (101.6-103.6 องศาฟาเรนไฮด์ ) การเต้นของหัวใจที่ปกติ 60-80 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจตามปกติ 20-30 ครั้งต่อนาที ลูกสุกรคลอดใหม่จะยังไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง แต่ไขมันใต้ผิวหนังจะเริ่มสะสมมากขึ้นเมื่อสุกรมีอายุมากขึ้น ดังนั้น สุกรที่มีขนาดเล็กจะทนต่อความหนาวได้ไม่ดีเท่าสุกรที่โตแล้ว การสร้างโรงเรือนก็จะต้องคำนึงถึงการให้ความอบอุ่นแก่สุกรเล็ก สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกสุกรคลอดใหม่ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีอากาศ
ค่อนข้างร้อน และบางทีก็มีความชื้นสูงด้วย ตัวสุกรเองก็ไม่มีต่อมเหงื่อ 
 
ซ้ำยังมีไขมันใต้ผิวหนังหนา ซึ่งเป็นฉนวนป้องกัน การกระจายความร้อนออกจากร่างกาย ด้วยเหตุนี้สุกรจึงเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอากาศร้อนจัดและความชื้นสูง ดังนั้นเมื่อสุกร เหนื่อยมักจะมีการหอบอ้าปากหายใจ ชอบนอนซุกในที่ที่มีอากาศเย็น หรือในที่เปียกชื้น เพื่อที่จะอาศัยการระบายความ ร้อนออกจากร่างกายให้กับสิ่งที่เย็นกว่า 
 
ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหากอากาศไม่ร้อนจัดสุกรจะเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำเท่าไรจะ ชอบสะอาด สุกรที่เลี้ยงในโรงเรือนที่มีอากาศร้อนจัดจะทำให้สุกรกินอาหารน้อยลง กินน้ำมากขึ้น ทำให้การเจริญเติบโต ช้าลง และยังทำให้สุกรมีลักษณะอ้วนไขมันมากขึ้นอันจะเป็นผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และยังทำให้คุณภาพซากเลว
 
ลงด้วย การสร้างโรงเรือนจะต้องพิจารณาถึงการระบายอากาศภายในโรงเรือน เพื่อให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนต่ำกว่า อุณหภูมิภายนอก ซึ่งจะทำให้สุกรอยู่อย่างสบาย ทั้งนี้ผู้เลี้ยงจะต้องทราบอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสุกรในแต่ละช่วง อายุจึงจะสามารถจัดการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้เป็นไปตามความต้องการของสุกรอุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับสุกรในช่วงอายุต่าง ๆ กัน
Temp Pigatron

 

2. ความชื้น 

     ถ้าความชื้นในอากาศสูงเกินไปจะทำให้สุกรรู้สึกไม่สบายยิ่งถ้าอุณหภูมิสูงและมีความชื้นสูงด้วยแล้วก็จะทำให้สุกรรู้สึกร้อน และอึดอัดมากยิ่งขึ้น การระบายอากาศที่ดีหรือมีลมพัดผ่านบ้างจะช่วยลดสภาวะความเครียดของสุกรลงได้บ้าง ดังนั้นจึงควรพยายามอย่าให้พื้นคอก หรือบริเวณรอบ ๆ คอกเปียกชื้น การทำพื้นคอกเป็นพื้นแสลต ควรจะยกให้สูงขึ้น อย่างน้อยประมาณ 1 เมตร จะช่วยให้มีการระบายอากาศดีขึ้น ช่วยลดความชื้นที่พื้นคอกลง ได้บ้าง หรือการใช้หญ้าแห้งหรือฟางข้าวรองพื้นคอกก็จะช่วยซับน้ำและปัสสาวะที่พื้นให้แห้งได้บ้างเช่นกัน

3. การระบายอากาศ 

     ประเทศไทยเรามีอากาศร้อนการสร้างโรงเรือน จึงต้องให้มีลักษณะโปร่งเพื่อให้มีการ ระบายหมุนเวียนอากาศผ่านภายในโรงเรือนและคอกสุกรได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การที่โรงเรือนมีลักษณะโปร่งก็จะ ทำให้ฝนสาดเข้าได้ง่าย 
 
ซึ่งจะมีผลทำให้สุกรป่วยได้ โดยเฉพาะสุกรเล็กโอกาสที่จะเป็นโรคปอดบวมได้ง่ายดังนั้นการออก แบบโรงเรือนก็จะต้องพิจารณาความกว้าง ความยาวและความสูงของโรงเรือนของคอกเลี้ยงตลอดจนความโปร่งระหว่าง คอกต่อคอกจะต้องมีความเหมาะสม ในบางครั้งที่อากาศร้อนอบอ้าวจัด ๆ ควรจะใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อนแต่  ่อย่าเป่าให้ถูกตัวสุกรโดยตรงเพราะจะทำให้สุกรป่วยโดยเฉพาะสุกรเล็ก
 
อุณหภูมิกับการเลี้ยงสุกร
     ปัจจุบันการเลี้ยงสุกรได้พัฒนาก้าวหน้าไปมากทั้งทางด้านพันธุ์ อาหาร และการจัดการตลอดจนโรงเรือน และอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงก็ได้รับการพัฒนาแก้ไขจากประสบการณ์ และปัญหาที่ผู้เลี้ยงได้พบประสบ แต่อย่างไรก็ตามจน ถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครสามารถสร้างโรงเรือนที่ใช้เลี้ยงสุกรไดอย่างถูกวิธีโดยไม่มีปัญหาทั้งนี้เพราะการออกแบบก่อสร้าง
 
 โรงเรือนเลี้ยงสุกรนั้นจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการออกแบบก่อสร้าง ต้องมีความรู้ทางฟิสิกส์สภาวะดินฟ้าอากาศ และสิ่งแวดล้อม กายวิภาคและสรีระวิทยาของสัตว์ โรคและการระบาดของโรค การเลือกวัสดุที่จะใช้ในการก่อสร้าง โรงเรือน และที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีความเข้าใจในตัวสัตว์ ซึ่งก็หมายถึง ความต้องการและพฤติกรรมความเป็น
 
อยู่ของสัตว์ ก็เพื่อที่จะออกแบบโรงเรือนและอุปกรณ์ให้เป็นไปตามความต้องการของสัตว์ เหมาะสมกับพฤติกรรมของ สัตว์ทำให้สัตว์อยู่ได้อย่างสบาย โดยที่โรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยงไม่ถูกสัตว์ทำลายได้ง่ายดังนั้นการออกแบบก่อสร้าง โรงเรือนจึงควรที่จะพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ดังจะได้กล่าวถึงต่อไป
1. อุณหภูมิ 
    สุกรเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ไม่มีต่อมเหงื่อ มีอุณหภูมิร่างกายโดยเฉลี่ย 102.6 องศาฟาเรนไฮด์ (101.6-103.6 องศาฟาเรนไฮด์ ) การเต้นของหัวใจที่ปกติ 60-80 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจตามปกติ 20-30 ครั้งต่อนาที ลูกสุกรคลอดใหม่จะยังไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง แต่ไขมันใต้ผิวหนังจะเริ่มสะสมมากขึ้นเมื่อสุกรมีอายุมากขึ้น ดังนั้น สุกรที่มีขนาดเล็กจะทนต่อความหนาวได้ไม่ดีเท่าสุกรที่โตแล้ว การสร้างโรงเรือนก็จะต้องคำนึงถึงการให้ความอบอุ่นแก่สุกรเล็ก สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกสุกรคลอดใหม่ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีอากาศ
ค่อนข้างร้อน และบางทีก็มีความชื้นสูงด้วย ตัวสุกรเองก็ไม่มีต่อมเหงื่อ 
 
ซ้ำยังมีไขมันใต้ผิวหนังหนา ซึ่งเป็นฉนวนป้องกัน การกระจายความร้อนออกจากร่างกาย ด้วยเหตุนี้สุกรจึงเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอากาศร้อนจัดและความชื้นสูง ดังนั้นเมื่อสุกร เหนื่อยมักจะมีการหอบอ้าปากหายใจ ชอบนอนซุกในที่ที่มีอากาศเย็น หรือในที่เปียกชื้น เพื่อที่จะอาศัยการระบายความ ร้อนออกจากร่างกายให้กับสิ่งที่เย็นกว่า 
 
ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหากอากาศไม่ร้อนจัดสุกรจะเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำเท่าไรจะ ชอบสะอาด สุกรที่เลี้ยงในโรงเรือนที่มีอากาศร้อนจัดจะทำให้สุกรกินอาหารน้อยลง กินน้ำมากขึ้น ทำให้การเจริญเติบโต ช้าลง และยังทำให้สุกรมีลักษณะอ้วนไขมันมากขึ้นอันจะเป็นผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และยังทำให้คุณภาพซากเลว
 
ลงด้วย การสร้างโรงเรือนจะต้องพิจารณาถึงการระบายอากาศภายในโรงเรือน เพื่อให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนต่ำกว่า อุณหภูมิภายนอก ซึ่งจะทำให้สุกรอยู่อย่างสบาย ทั้งนี้ผู้เลี้ยงจะต้องทราบอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสุกรในแต่ละช่วง อายุจึงจะสามารถจัดการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้เป็นไปตามความต้องการของสุกรอุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับสุกรในช่วงอายุต่าง ๆ กัน
Temp Pigatron
 
2. ความชื้น 
     ถ้าความชื้นในอากาศสูงเกินไปจะทำให้สุกรรู้สึกไม่สบายยิ่งถ้าอุณหภูมิสูงและมีความชื้นสูงด้วยแล้วก็จะทำให้สุกรรู้สึกร้อน และอึดอัดมากยิ่งขึ้น การระบายอากาศที่ดีหรือมีลมพัดผ่านบ้างจะช่วยลดสภาวะความเครียดของสุกรลงได้บ้าง ดังนั้นจึงควรพยายามอย่าให้พื้นคอก หรือบริเวณรอบ ๆ คอกเปียกชื้น การทำพื้นคอกเป็นพื้นแสลต ควรจะยกให้สูงขึ้น อย่างน้อยประมาณ 1 เมตร จะช่วยให้มีการระบายอากาศดีขึ้น ช่วยลดความชื้นที่พื้นคอกลง ได้บ้าง หรือการใช้หญ้าแห้งหรือฟางข้าวรองพื้นคอกก็จะช่วยซับน้ำและปัสสาวะที่พื้นให้แห้งได้บ้างเช่นกัน
3. การระบายอากาศ 
     ประเทศไทยเรามีอากาศร้อนการสร้างโรงเรือน จึงต้องให้มีลักษณะโปร่งเพื่อให้มีการ ระบายหมุนเวียนอากาศผ่านภายในโรงเรือนและคอกสุกรได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การที่โรงเรือนมีลักษณะโปร่งก็จะ ทำให้ฝนสาดเข้าได้ง่าย 
 
ซึ่งจะมีผลทำให้สุกรป่วยได้ โดยเฉพาะสุกรเล็กโอกาสที่จะเป็นโรคปอดบวมได้ง่ายดังนั้นการออก แบบโรงเรือนก็จะต้องพิจารณาความกว้าง ความยาวและความสูงของโรงเรือนของคอกเลี้ยงตลอดจนความโปร่งระหว่าง คอกต่อคอกจะต้องมีความเหมาะสม ในบางครั้งที่อากาศร้อนอบอ้าวจัด ๆ ควรจะใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อนแต่  ่อย่าเป่าให้ถูกตัวสุกรโดยตรงเพราะจะทำให้สุกรป่วยโดยเฉพาะสุกรเล็ก
 
HeaterMaster
Sianwaterflame

ดูข้อมูล เครื่อง กกไก่ เพิ่มเติม >> Products 

ติดตามเพจ เพิ่มเติม >> FACEBOOK

error: Content is protected !!